ความสำคัญของการทำวัคซีน
 
เมื่อไรจึงควรทำวัคซีนให้ลูกสุนัขของเรา
ส่วนใหญ่ของภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่นั้นจะผ่านมาทางนมน้ำเหลือง ลูกสุนัขจึงต้องได้รับนมน้ำเหลืองให้เร็วที่สุด ซึ่งความสามารถในการย่อยและดูด
ซึมนมน้ำเหลืองของลูกสุนัข จะเกิดขึ้นสูงสุดใน 24 ชม. หลักจากนั้น 3 วัน ลูกสุนัขจะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากนมน้ำเหลืองได้

ระดับของภูมิคุ้มกันที่ได้รับนั้น จะสามารถป้องกันโรคได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายลดต่ำ ลงจนไม่สามารถป้องกันโรคได้ โอกาส
ที่จะได้รับเชื้อจนป่วย และตายจึงเกิดขึ้นได้ ลูกสุนัขจึงต้องมีการทำวัคซีน เพื่อให้ระดับของภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับสูง พอที่จะป้องกันโรค การทำวัคซีนใน
ขณะที่ลูกสุนัขมีภูมิคุ้มกันจากแม่สูง จะเกิดการหักล้างกันของวัคซีนกับภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ ทำให้วัคซีนที่ได้รับไม่เกิดผล

ดังนั้นช่วงอายุของลูกสุนัขที่เหมาะสมทำวัคซีน คือ ช่วงที่ระดับของภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่ไม่มีผลต่อวัคซีน แต่ในทางปฏิบัตินั้นทำได้ยาก เนื่องจาก
ระดับภูมิคุ้มกันที่ได้รับเริ่มแรกไม่เท่ากัน ยกเว้น การทำวัคซีนนั้น เป็นการทำวัคซีนเฉพาะที่เช่น การหยอดจมูก หรือการทำวัคซีนชนิดที่สามารถสร้าง
ภูมิคุ้มกันได้ในระดับสูง พอที่จะสามารถผ่านระดับภูมิคุ้มกันจากแม่ ไปกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ตัวลูกได้
 
ทำไมสุนัขเรา...จึงต้องทำวัคซีน
โรคติดต่อที่ร้ายแรง ซึ่งคร่าชีวิตสุนัขท่าน ให้จากไปก่อนเวลาอันควร การแพร่กระจายของโรคเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โรคเหล่านี้เมื่อเป็นแล้ว โอกาสที่จะ
รักษาให้หายนั้นเป็นไปได้ยาก ส่วนใหญ่สุนัขที่ป่วยมักจะเสียชีวิต ซึ่งจะก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานแก่สุนัข อีกทั้งยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคติดต่อบางชนิดสามารถติดต่อถึงคนได้

การศึกษาเรื่องโรคและการป้องกัน จึงมีความจำเป็น เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันชีวิตสุนัขของท่าน และการทำวัคซีนจึงเข้ามามีบทบาทในการแก้ไข
ปัญหาให้กับสุนัขของท่าน
 
ทำไมทำวัคซีนแล้ว สุนัขยังคงป่วยและตายด้วยโรคที่ทำวัคซีน
การสร้างภูมิต้านทานเฉพาะโรคกับวัคซีนที่ได้รับนั้น ต้องอาศัยเวลาอย่างน้อยประมาณ 2 อาทิตย์ ดังนั้นลูกสุนัขที่ทำวัคซีนไม่ครบโปรแกรมควรระวัง
การติดเชื้อจากสุนัขโต หรือ สุนัขตัวอื่นๆ ควรระลึกไว้เสมอว่า วัคซีน คือ แนวทางป้องกันโรคติดเชื้อ ซึ่งเราสามารถมอบให้กับสุนัขได้ แต่การสร้างภูมิ
คุ้มกันในสุนัขแต่ละตัวนั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น ความแข็งแรงสมบูรณ์ของลูกสุนัข ที่สามารถส่งผลต่อการสร้างภูมิคุ้มกันที่ไม่เท่ากันในสุนัขแต่ละตัว

เนื่องจากอาการเจ็บป่วยของลูกสุนัขต่อโรคต่างๆ นั้น อาจมีอาการใกล้เคียงกัน ทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้ ดังนั้นในการวินิจฉัยขั้นสุดท้ายว่า สุนัขป่วย
ด้วยโรคติดเชื้อ เช่น ไข้หัดสุนัข, ลำไส้อักเสบนั้น ต้องมีการพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันการติดเชื้อที่ถูกต้อง
 
ข้อแนะนำก่อนและหลังการนำสุนัขมารับการฉีกวัคซีน
1. ช่วงอายุที่เหมาะสมของลูกสุนัขในการทำวัคซีนเข็มแรก ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาความเหมาะสมของสัตวแพทย์เป็นหลัก โดยส่วนใหญ่แล้วจะ
ประมาณ 1 เดือน - 2 เดือน ควรสอบถามสัตวแพทย์ก่อนจะนำลูกสุนัขมารับวัคซีน
2. ควรบอกประวัติแหล่งที่มา, ข้อมูล (อายุ, ประวัติการเจ็บป่วย, วัคซีนที่แพ้) และลักษณะอาการป่วย (ถ้ามี) แก่สัตว์แพทย์ก่อนรับวัคซีน
3. ทั้งก่อนและหลังการนำสุนัขของท่านมารับวัคซีน ควรดูแลเรื่อง สุขภาพ อาหารและสภาพแวดล้อมให้ดี เพื่อให้สุนัขมีสุขภาพแข็งแรง สร้างภูมิคุ้มกัน
ที่สมบูรณ์
4. หลังจากรับวัคซีนแล้ว ควรสังเกตอาการต่างๆ หลังจากรับวัคซีน เช่น อาการแพ้วัคซีน ดังนั้น หลังจากรับวัคซีนแล้ว ควรสังเกตอาการลูกสุนัข โดย
ให้อยู่ในโรงพยาบาล/คลีนิกนั้นเป็นเวลาสักครู่ (ประมาณ 10-20 นาที) หากมีปัญหาการแพ้วัคซีนสัตวแพทย์จะได้แก้ไขได้ทันท่วงที
5. หลังจากการรับวัคซีน สุนัขของท่านอาจมีไข้อ่อน ๆ ดังนั้นจึงควรงดการอาบน้ำ (3-7 วัน) และดูแลไม่ให้สุนัขไปเล่นน้ำหรือตากฝน
6. นำลูกสุนัขไปรับวัคซีนกระตุ้นให้ครบและตรงตามโปรแกรมที่สัตวแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด
 
 
แหล่งที่มา : http://www.matc.igetweb.com
 
   
facebook